เปิดตัว Diablo V อย่างเป็นทางการ! เกมภาคใหม่พร้อมคลาสใหม่และระบบ Endgame ที่ล้ำสมัย
Blizzard เปิดเผยรายละเอียดแรกของ Diablo V ที่งาน Blizzcon พร้อมคลาสใหม่และระบบการเล่นที่พัฒนาต่อยอดจากภาคก่อน

Blizzard Entertainment ได้เปิดเผยรายละเอียดแรกของ Diablo V อย่างเป็นทางการในงาน Blizzcon โดยเกมภาคใหม่นี้จะนำประสบการณ์จากภาคก่อนๆ มาต่อยอด พร้อมกับระบบการเล่นและเนื้อเรื่องที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด
คลาสตัวละครใหม่และความหลากหลาย
ทีมพัฒนาได้ยืนยันว่า Diablo V จะมีคลาสตัวละครอย่างน้อย 3 คลาส ได้แก่ Demon Hunter, Monk และ Plague Knight ซึ่งเป็นคลาสใหม่ของซีรีส์นี้ โดยจำนวนคลาสทั้งหมดจะมีมากกว่าเกมภาคก่อนๆ โดยเปรียบเทียบกับ Diablo II ที่มี 8 คลาส และ Diablo IV ที่จะมี 9 คลาส
ธีมหลักของคลาสต่างๆ จะกลับมาในเกมภาคนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคลาสที่ใช้พลังด้านแสง พลังด้านมืด หรือคลาสที่เน้นการเรียกลูกน้อง โดยทีมงานยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของแต่ละคลาสมากนัก แต่ยืนยันว่าทุกสไตล์การเล่นจะกลับมาในเกมภาคนี้
ระบบการเล่นและ Endgame
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Diablo V คือ "deferred complexity" หรือการเลื่อนความซับซ้อนของระบบออกไปในช่วงท้ายเกม โดยช่วงเริ่มต้นของเกมจะถูกออกแบบให้ผู้เล่นเข้าใจพื้นฐานได้ง่ายก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนเมื่อเข้าสู่ช่วง Endgame
ระบบ Inventory และ Itemization จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ Diablo II พร้อมกับระดับความหายากของไอเทมและ Runes ที่ถูกนำกลับมาใช้ ส่วนระบบ Combat จะเน้นความรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ยังคงให้ผู้เล่นต้องคิดและวางแผนระหว่างการต่อสู้ โดยทีมงานใช้ Diablo III เป็นต้นแบบในด้านระบบการต่อสู้
เนื้อเรื่องและโลกในเกม
เนื้อเรื่องของ Diablo V จะเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ใน Diablo IV ไปประมาณ 100 ปี ในยุคที่เรียกว่า "Golden Age" ที่โลกถูกปีศาจเข้ายึดครองอย่างหนัก บรรยากาศของเกมจะมีความรกร้าง มืดมน และสิ้นหวังมากกว่าภาคก่อนๆ
ผู้เล่นจะเริ่มต้นด้วยการสร้างกองคาราวานของตัวเอง ซึ่งจะค่อยๆ ขยายตัวตามความคืบหน้าของเรื่องราว โดยคาราวานนี้จะไม่ใช่แค่ที่พัก แต่จะมีตัวละครและช่างฝีมือต่างๆ เข้ามาร่วมเดินทางด้วย ส่วน Diablo จะมีบทบาทสำคัญตั้งแต่ต้นเกม และถูกพัฒนาตัวตนให้สมกับเป็นเจ้าแห่งความหวาดกลัวมากกว่าภาคก่อนๆ ที่เป็นเพียงบอสตัวหนึ่ง
เทคโนโลยีและกระบวนการพัฒนา
Diablo V จะใช้ Engine ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Diablo IV แทนที่จะเริ่มต้นจากศูนย์ โดยทีมงานส่วนใหญ่จะมาจากทีมพัฒนา Diablo IV เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้มาใช้ในการพัฒนาภาคใหม่นี้
ทีมงานยังเน้นย้ำถึงแนวคิด "get out of the way of what players want" หรือการไม่ขวางทางสิ่งที่ผู้เล่นต้องการจากเกม โดยจะพิจารณาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผู้เล่นเคยร้องขอใน Diablo IV เช่น Overlay Map, Stash และระบบ Endgame
ความสำคัญต่อวงการเกม
การเปิดตัว Diablo V ในช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Blizzard ที่จะพัฒนาซีรีส์ Diablo ต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่นตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เกมออกมาสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ระบบการเล่นที่พัฒนาต่อยอดจากภาคก่อนๆ พร้อมกับเนื้อเรื่องใหม่ที่ต่อยอดจากเหตุการณ์ใน Diablo IV จะสร้างประสบการณ์การเล่นที่สดใหม่ให้กับแฟนๆ ซีรีส์นี้ ในขณะเดียวกัน การพัฒนาที่ต่อเนื่องของ Diablo IV ก็แสดงให้เห็นว่า Blizzard ยังให้ความสำคัญกับเกมทุกภาคในซีรีส์นี้อย่างเท่าเทียมกัน


